ทุกวัน 9.00 - 18.00 น.095-473-6341

ชามือ ชาเท้า สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

ชามือ ชาเท้า สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

เมื่ออาการชาที่คิดว่าเป็นเพียง “เหน็บชา” อาจกำลังบอกอะไรบางอย่าง

เคยไหม? นั่งนาน ๆ แล้วขาชา ตื่นนอนแล้วมือชา หรืออยู่ ๆ ก็รู้สึกชาปลายมือปลายเท้า เสียวซ่า เหมือนเข็มทิ่ม หรือรู้สึกเหมือนมีไฟวิ่งตามแขนหรือขา หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงอาการจากการนั่งหรือนอนผิดท่า และปล่อยให้อาการหายไปเอง แต่หากอาการชาเกิดบ่อย เป็นนานขึ้น หรือเริ่มรบกวนการใช้ชีวิต ไม่ควรมองข้าม เพราะอาการชาสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การกดทับเส้นประสาท ปัญหากล้ามเนื้อและกระดูก ไปจนถึงโรคบางชนิดที่ควรได้รับการตรวจประเมิน

อาการชาแบบไหนที่ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์

  • ชามือ ชานิ้ว อาจพบอาการชาที่นิ้วมือ โดยเฉพาะเวลานอนหรือใช้มือเป็นเวลานาน บางรายมีอาการปวด เสียว หรือมือไม่มีแรงร่วมด้วย
  • ชาเท้า ปลายเท้า รู้สึกชาหรือเสียวบริเวณปลายเท้า เดินแล้วรู้สึกแปลก ๆ หรือมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ
  • ชาร่วมกับอาการปวดร้าว หากมีอาการปวดหลังแล้วร้าวลงขา หรือปวดคอแล้วร้าวลงแขนร่วมกับอาการชา อาจเกี่ยวข้องกับการระคายเคืองหรือการกดทับของเส้นประสาท
  • ชาเป็นประจำหรือเป็นมากขึ้น หากอาการชาเกิดบ่อยขึ้น ชานานขึ้น หรือจากเดิมที่เป็นเพียงบางครั้งกลายเป็นอาการที่รบกวนชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการประเมินเพื่อหาสาเหตุ

การแพทย์แผนจีนช่วยดูแลอาการชาได้อย่างไร

แพทย์แผนจีนเชื่อว่า เมื่อพลังชี่ (ลมปราณ) และเลือดไหลเวียนไม่สะดวก จะทำให้เส้นลมปราณถูกอุดกั้น ส่งผลให้เกิดอาการชา หนัก หรือรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มตามปลายมือปลายเท้า สาเหตุอาจมาจากความเย็นสะสม ความชื้นในร่างกาย ความเครียด หรือภาวะร่างกายอ่อนแอ

ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน อาการชาและความรู้สึกผิดปกติตามแขนขาสามารถนำมาประเมินร่วมกับอาการอื่น ๆ เพื่อวางแนวทางการรักษา โดยแพทย์จะพิจารณาสภาพร่างกายและลักษณะอาการของแต่ละบุคคล การฝังเข็มเป็นหนึ่งในแนวทางที่นำมาใช้ดูแลอาการชาและอาการปวดที่เกี่ยวข้องกับระบบกล้ามเนื้อและเส้นประสาท โดยมุ่งช่วยบรรเทาอาการ ลดความตึงของกล้ามเนื้อ และส่งเสริมการเคลื่อนไหว

โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการชา ร่วมกับปวดคอ ปวดหลัง ปวดร้าวลงแขนหรือขา แพทย์จะประเมินหาสาเหตุและพิจารณาว่าการฝังเข็มเหมาะสมกับอาการหรือไม่

แนวทางการดูแลตามแพทย์แผนจีน

  • การฝังเข็ม เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของลมปราณ
  • การนวดกดจุด ช่วยคลายการอุดตันของเส้นลมปราณ
  • การปรับสมดุลร่างกายด้วยสมุนไพรจีน
  • การดูแลตนเอง เช่น หลีกเลี่ยงความเย็น ออกกำลังกายเบา ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ

นอกจากนี้ การแช่มือแช่เท้าในน้ำอุ่นก่อนนอน หรือการยืดเหยียดร่างกายเป็นประจำ ก็ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการชาได้เช่นกัน

เมื่อไหร่ที่ไม่ควรรอ

หากมีอาการชาเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะชาหรืออ่อนแรงที่ใบหน้า แขน หรือขาข้างใดข้างหนึ่ง ร่วมกับพูดไม่ชัด เดินเซ มองเห็นผิดปกติ หรือปวดศีรษะรุนแรง ควรไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง

อาการชาไม่ใช่เรื่องที่ควรเดาสาเหตุด้วยตัวเอง การตรวจและประเมินโดยแพทย์จะช่วยให้ทราบสาเหตุและเลือกแนวทางการดูแลได้เหมาะสมมากขึ้น

แพทย์จีนพันนิดา ธเนศอนันต์ (พจ.003)

LINEFacebook095-473-6341